น้ำมะระ & น้ำแครอต

posted on 23 Jun 2009 14:32 by nuddfa

 

น้ำมะระ (Balsampear)

มะระ เป็นผักสมุนไพรที่มีผลใหญ่ ยาว ผิวขรุขระ สีเขียวอ่อน มีรสขม มะระมีสรรพคุณทางยาและอาหาร ดังนี้

*  ใบอ่อน แก้โรคปวดตามกระดูก โรคปวดตามข้อมือ ข้อเท้า ตามหัวเข่า จะมีอาการปวดบวม และยังแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ธาตุพิการ บำรุงไต

*  เมล็ด แก้ฆ่าพยาธิในลำใส้และกระเพาะ เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้ไข้ถอนพิษต่าง ๆ ให้ระบายออกทางปัสสาวะและอุจจาระ แก้ปวดเมื่อย ขับระดูเสียในสตรี บำรุงน้ำดี บำรุงตับและม้ามให้ปกติ ขับพยาธิตัวกลม

*  ยอดมะระ แก้อาการเจ็บคอ ดับพิษร้อน แก้ไข้ และแก้ข้อบวม เข่าบวม ข้อนิ้วปวด ช่วยให้มีระดูปกติ บำรุงมดลูกให้ปกติ บำรุงเลือดให้ปกติ

*  ใบแก่และเถา ต้มน้ำ ดื่มกินแทนน้ำหรือน้ำชาได้จะช่วยขับพยาธิในลำไส้และกระเพาะ แก้กระหายน้ำ ช่วยให้เจริญอาหาร และช่วยระบบขับถ่ายให้สะดวกสบาย

*  รากต้มดื่มแก้ไข้ รักษาโรคริดสีดวงทวาร

*  ผล ช่วยลดการเกิดต้อกระจกจากเบาหวาน ช่วยเจริญอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด ลดไข้ แก้อาการข้ออักเสบ

ส่วนผสม

*  เนื้อมะระขี้นก  3 ลูก หรือเนื้อมะระผลใหญ่หั่นเป็นชิ้น  4 - 5  ชิ้น

*  เกลือป่นเล็กน้อย

                                                                     *  น้ำมะนาว  1  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ      นำมะระขี้นกหรือมะระผลใหญ่มาล้างน้ำให้สะอาด ผ่าซีก และเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นยาวตามขวางของผลมะระ เอามะระขี้นกหรือมะระผลใหญ่ที่หั่นเป็นชิ้นแล้ว ใส่เครื่องคั้นน้ำแผลไม้แยกกาก แยกน้ำ เมื่อได้น้ำมะระแล้ว รินใส่แก้วเติมเกลือเล็กน้อย เติมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ควรดื่มทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียคุณค่าของวิตามิน รสชาติอาจจะขมสักหน่อยแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่ามากมาย

**  น้ำมะระแก้วนี้ มีสารต้านมะเร็งและวิตามินที่สามารถยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง

คุณค่าทางอาหารของมะระ

*  วิตามินเอ ช่วยในการมองเห็น รักษาสุขภาพผิว รักษาสิว ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ

*  วิตามินซี ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก ทำให้แผลหายเร็วป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

*  โปรตีน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต

*  ไขมัน ช่วยในการดูดซึมวิตามินให้กับร่างกาย

*  เส้นใยอาหาร ส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย

*  แคลเซียม ช่วยดูดซึมวิตามินดีทำให้กระดูกแข็งแรง

*  ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

*  เหล็ก ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง ลดการปวดประจำเดือน บรรเทาอาการอ่อนเพลีย

 

----------------------------------------

 

น้ำแครอต(Carrot)

          แครอต เป็นผักที่เกิดในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง สีของหัวแครอตมีตั้งแต่สีเหลืองไปจนถึงสีม่วง ส่วนแครอตสีส้มที่รับประทานกันทั่วไป ในทางยาพบว่าเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของชาวอเมริกันใช้เป็นยาครอบจักรวาล รักษาได้หลายโรค เช่น แก้โรคประสาท โรคผิวหนัง หืดหอบ และช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอล

          แครอตอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอ มีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจ โรคผิวหนังและสายตา แครอตเป็นผักที่ได้ชื่อว่าช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งในปอด เพราะเบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้แครอตยังช่วยรักษาโรคตับ และมีประโยชน์ต่อคนเป็นดีซ่าน ช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยปกป้องอันตรายจากรังสี อัลตราไวโอเลตได้อีกด้วย

ส่วนผสม

*  แครอต   1  หัว

วิธีทำ     นำแครอตมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่เครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก แยกน้ำ เมื่อได้น้ำแครอตมาแล้ว ควรดื่มทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียคุณค่าของวิตามิน หากต้องการดื่มน้ำแครอตเย็นๆ ให้นำแครอตไปแช่เย็นประมาณ  20 นาที จากนั้นจังนำมาหั่นใส่เครื่อคั้นน้ำผลไม้แยกกาก แยกน้ำ ก็จะได้น้ำแครอตเย็นชื่นในไว้ดื่ม โดยไม่เสียคุณค่าของวิตามิน

**น้ำแครอตแก้วนี้  มีสารเบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ และมะเร็งปอด

คุณค่าทางอาหารของแครอต

*  วิตามินเอ ช่วยในการมองเห็น รักษาสุขภาพผิว รักษาสิว ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ

*  วิตามินบี 1 ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ช่วยลดความอยากน้ำตาล บำรุงระบบประสาท

*  วิตามินบี 2  ป้องกันโรคโลหิตจาง บำรุงผิวพรรณ เส้มผม และเล็บป้องกันตะคริว

*  เส้นใยอาหาร ส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย

*  ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

*  แคลเซียม ช่วยดูดซึมวิตามินดีทำให้กระดูกแข็งแรง

*  โปรตีน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต

*  เหล็ก ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง ลดการปวดประจำเดือน บรรเทาอาการอ่อนเพลีย

 

------------------------------------------